เหมา เจ๋อตุง บิดาผู้ซึ่งก่อตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์จีน

เหมา เจ๋อตุง

จีนถูกเปลี่ยนจากลัทธิมาร์ก มาเป็นลิทธิเหมา โดยบิดาผู้ก่อตั้งจีนใหม่ที่ชื่อว่า เหมา เจ๋อตุง ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่เขาปกครองประชากรถึง 1 ใน 4 ของโลก หรือประชากรของประเทศจีนนั่นเอง เพราะด้วยความที่เป็นประเทศที่มีพื้นที่เยอะมาก ประชากรมากเป็น 1 ใน 4 ของโลก เขาจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิแดง เหมา เจ๋อตุง ได้เปลี่ยนให้ประเทศจีนมาเป็นประเทศที่ทรงอำนาจมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ด้วยการเปลี่ยนจากระบอบศักดินา ให้เป็นบิทธิคอมมิวนิสต์อย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งได้รับการยกย่องมาโดยตลอดว่าเป็นคนที่สร้างจีนขึ้นมาใหม่ ให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

เหมา เจ๋อตุง เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2436  เหมา เจ๋อตุง มาจากครอบครัวที่ทำไร่ ทำนา พ่อแม่ของเขามีพื้นที่ทำกินเพียงแค่ 9 ไร่เท่านั้น ครั้งยังเด็กเขาอาศัยอยู่ในชนบท เป็นพื้นที่เล็กๆ ในมณทล หูหนาน ก่อนหน้าที่จีนจะเปลี่ยนระบอบการปกครองให้คนทุกชนชั้นมีความเท่าเทียมกัน ประเทศจีนเคยปกครองแบบระบอบศักดินามาก่อน คนในประเทศน้อยมากที่จะอยู่กันอย่างมีความสุข เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศมีฐานะยากจน คนจนจะถูกคนรวยข่มขู่ รีดไถ ถูกใช้ทุกวิถีทาง เหมา เจ๋อตุง เป็นเด็กที่เติบโตมากับพ่อที่ค่อนข้างดุ เจ้าระเบียบ เห็นคุณค่าของการทำงาน เขามักจะถูกพ่อตีอยู่บ่อยๆ ซึ่งแม่ของเขาก็จะเป็นคนที่ห้ามปรามไว้เสมอ เหมา เจ๋อตุง ได้รับการศึกษาในช่วงต้นไม่มากนัก เขาแต่งงานตอนอายุเพียงแค่ 14 ปี แต่เหมา เจ๋อตุง ก็ได้หนีออกมาจากหมู่บ้าน และไม่ได้อยู่กินกับคนที่เขาแต่งงานด้วย จนกระทั่งเมื่อเหมา เจ๋อตุง อายุได้ 17 ปี เขาตัดสินใจที่จะเข้ามาเรียนในฉางซา จนกระทั่งได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มขบวนการปฏิวัตินานหลายปี ในขณะนั้นประเทศจีนถูกปกครองด้วยจักรพรรดิที่มีความอ่อนแอ ประเทศมีความแตกแยก แบ่งพรรคพวกออกเป็นส่วนๆ

หลังจากนั้นเหมา เจ๋อตุง ก็ได้เดินทางไปยังปักกิ่งเพื่อหางานทำ เขาได้งานเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดแห่งหนึ่งในปักกิ่ง จึงทำให้เหมา เจ๋อตุง มีโอกาสที่จะได้อ่านหนังสือมากมายในห้องสมุด กระทั่งเหมาเจอตุงได้เข้าร่วมกับกลุ่มนักศึกษาที่มีแนวคิดจะทำให้จีนเข้าสู่ประเทศจีนใหม่ ที่มีอำนาจ โดยเขามีแรงบันดาลใจมาจากการปฏิวัติในรัสเซีย เหมา เจ๋อตุง เป็นตัวแทนของชาวนาบ้านนอก ที่ถูกกดขี่ข่มเหงจากคนรวย จนกระทั่งเมื่อเหมา เจ๋อตุง กลับมายังหมู่บ้านแล้วมาเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ แต่จากนั้นก็มีการปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง เหมา เจ๋อตุง ต้องหนีออกมาซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ตอนนั้นเหมา เจ๋อตุง มีอายุ 30 ปลายๆ เขาถูกหมายหัวจากผุ้มีอำนาจโดยมีค่าตัวถึง สองแสนกว่าเหรียญ

จากนั้นเหมา เจ๋อตุง ก็ได้รวบรวมกำลังของกองทหาร หรือเรียกได้ว่าเป็นกองโจร ซึ่งเป็นกองทัพที่สร้างได้ยากมาก คนที่สามารถทำได้อย่างเหมา เจ๋อตุง จึงได้รับการยกย่องว่ามีความสามารถที่สุดๆ แต่กองทัพดังกล่าวก็ถูกกำลังของรัฐบาลเข้าโจมตี จนกระทั่งเหมา เจ๋อตุง เกิดความคิดใหม่ว่า เมื่อใดที่รัฐบาลโจมตี พวกเขาก็จะถอย แต่เมื่อไรที่รัฐบาลหยุดพักเขาก็จะทำการโจมตีทันที แต่จากนั้นก็ไม่สำเร็จเหมา เจ๋อตุง เกือบจะเป็นผู้นำที่ไม่มีใครกังขา แต่ด้วยความที่เหมา เจ๋อตุง ยังพอเหลือพรรคพวกอยู่บ้าง เขาจึงเดินทางไปยังเยี่ยนหนาน เป็นเมืองอิสระทางตอนเหนือของจีน ซึ่งไกลกว่าที่ทหารรัฐบาลจะเข้ามาได้ จากนั้นก็เริ่มมีคนเข้ามาสมบทกับกลุ่มของเหมา เจ๋อตุง มากยิ่งขึ้น แถมในขณะนั้นญี่ปุ่นก็รุกจีนอย่างหนัก จนกระทั่งเหมา เจ๋อตุง ให้ความมีไหวพริบเข้าไปตั้งข้อเสมอกับรัฐบาลโดยอ้างว่าจะช่วยขับไล่พวกญี่ปุ่นออกไป หลังจากนั้นเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่น รบกับอเมริกา จีนก็เป็นคู่แค้นกับญี่ปุ่น อเมริกาจึงสนับสนุนเหมา เจ๋อตุง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง พรรคคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง จึงมีความแข็งแกร่งขึ้น เมื่อครั้งที่เหมา ได้เดินทางไปยังรัสเซีย เขาไม่ได้รับความสนใจจากรัสเซีย ลิทธิมาร์กเลย จากนั้นเหมาเห็นถึงความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาประเทศ เขาจึงได้สร้างลัทธิองตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะพัฒนาประเทศให้เท่าเทียมกับประเทศมหาอำนาจทางตะวันตกอย่าง อเมริกา อังกฤษ เป็นต้น จนกระทั่งเขากลับมายังชนบท แล้วได้บอกให้ชาวนาทั้งหลายร่วมกันปลูกข้าวในพื้นที่นาของตน ที่รวมได้ขนาดใหญ่มากเพื่อปลูกข้าวให้ได้มากกว่า จากนั้นก็เริ่มมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ มีการผลิตหลายอย่างมากขึ้น เช่น เหล็ก เป็นต้น